ศีลธรรมจรรยาในของนักเรียนในศตวรรษที่ 21

 ในขณะที่สังคมต่างวิพากษ์ระบบการศึกษาว่ามิได้จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และมิได้พัฒนาผู้เรียนเต็มศักยภาพ คือเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเลือกและธำรงวิถีการดำเนินชีวิตที่เปี่ยมสุขภาวะไว้ได้ ทั้งที่โดยแท้จริงแล้วระบบการศึกษาและโรงเรียนเป็นกลไกสำคัญในการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงสังคม   

การเปลี่ยนแปลงควรเริ่มต้นจาก..........

การเตรียมความพร้อมให้กับเด็กต้องมี "ทักษะ" (Skill) ติดตัวเพื่อนำไปใช้ต่อการดำรงชีวิตในโลกศตวรรษที่ 21 ถือเป็นความท้าทายที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงของกระแสสังคมโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารแบบไร้ขีดจำกัด และช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ทำให้คนเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ ยังไม่นับรวมถึงการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนปลายปี 2558 จะมีการเปิดเสรีแรงงาน เกิดการไหล่บ่าของแรงงานระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิก ซึ่งการเตรียมความพร้อมเด็กให้มีความเท่าทันต่อเรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ครู อาจารย์ แม้แต่พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องไม่ละเลย

แนวทางการบ่มเพาะเด็กเพื่อให้พร้อมก้าวสู่การเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21 นั้น พญ.จันทร์เพ็ญอธิบายว่า การพัฒนาเด็กต้องเริ่มต้นจากสมอง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้ของเด็ก ในช่วงอายุ 0-6 ปี หรือช่วงปฐมวัย เป็นช่วงสำคัญที่สมองของเด็กจะจดจำ เก็บเกี่ยวจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวันที่สัมผัสทีละเล็กละน้อยไว้ในเซลล์สมอง เปรียบเหมือนลิ้นชักเก็บข้อมูลต่างๆ เมื่อสิ่งที่เก็บไว้ถูกนำมาเชื่อมโยงได้มากเท่าไหร่ สมองก็ทำงานได้มากเท่านั้น ช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้
 รศ.ดร.สายฤดีกล่าวถึงทฤษฎีจิตใต้สำนึกว่า แท้จริงแล้ว "จิตใต้สำนึก และ BBL" มีความเหมือนกัน เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ใต้สมองต้องมีการบ่มเพาะ สร้างการจดจำ และเรียนรู้มาจากสิ่งที่เราทำซ้ำๆ ผ่านการเรียนรู้จากการสัมผัส โดยตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ตั้งแต่วัยเด็กและถูกฝังเก็บไว้อัตโนมัติ กลายเป็นวิถีชีวิตที่สะท้อนออกมาเป็นตัวตนของเรา ซึ่งการตัดสินใจของเราในแต่ละวัน อาทิ เลือกสีเสื้อผ้า กินข้าว ล้วนตัดสินมาจากจิตใต้สำนึกทั้งสิ้น ฯลฯ แต่เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ทำงานเราจะใช้จิตสำนึกเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ ดังนั้นการจะฝึกฝนเด็กให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนมีเหตุมีผล รู้จักคิด ต้องเริ่มต้นจากการบ่มเพาะแต่วัยเด็กและพัฒนาในแต่ละช่วงวัยอย่างเหมาะสม ให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อฝึกใช้บ่มเพาะเด็กไทยสร้างทักษะอยู่รอดในศตวรรษที่ 21 thaihealthสมองทุกวัน ให้เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ
 "การอยู่รอดในสังคม การเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้หากเด็กไม่มีทักษะ ไม่สั่งสมและเรียนรู้จะเอาตัวรอดได้ยากในสังคมโลก เพราะลำพังแค่ทักษะกดคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต ไม่สามารถทำอะไรหากตกอยู่ในสภาวะที่ไร้อุปกรณ์เหล่านี้" 

โดยสรุปแล้ว ศีลธรรมจรรยากับเด็กไทยในศตวรรษที่ 21

ควรเริ่มต้นมาจากพื้นฐานครอบครัวที่ดี

และความเอาใจใส่ที่ดีของพ่อแม่ 

ไม่ควรใช้เทคโนโลยีมากจนเกินไป จนทำให้โลกความจริงของเด็กหายไป ควรมีการควบคุมอย่างเหมาะสม

การจะสอนให้เด็กเป็นคนดีนั้น ควรแสดงแบบอย่างที่ดีให้เด็กเห็นเป็นแบบอย่าง เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวเพราะฉะนั้นแบบอย่างที่ดี จึงจะทำให้เด็กเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไป

Create a presentation like this one
Share it on social medias
Share it on your own
Share it on social medias
Share it on your own

How to export your presentation

Please use Google Chrome to obtain the best export results.


How to export your presentation

New presentation

by armchawannuch

13 views

Public - 7/11/16, 1:53 AM