ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา


การศึกษามีความสำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศ เนื่องจากปัจจัยสำคัญของการพัฒนาประเทศคือคุณภาพของตน และการศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาคน ดังนั้น การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพสามารถพัฒนาคนในประเทศให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ สมดุลทั้งสติปัญญา จิตใจ ร่างกาย และสังคม เป็นผู้มีความสามารถ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียนตลอดชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม ย่อมเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าของประเทศในทุกด้าน


การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ เพื่อการพัฒนาประเทศให้มีความรุ่งเรืองด้านเศรษฐกิจสังคม การเมือง วัฒนธรรม และเทคโนโลยีนั้น ครู ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากครูเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียนในทุกด้าน วิชาชีพครูจึงควรเป็นวิชาชีพของคนเก่ง คนดี ในสังคม ครูควรเป็นต้นแบบของความดีงาม เพราะหน้าที่ของครูมีความสำคัญและยิ่งใหญ่ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 81 ให้ความสำคัญในการพัฒนาวิชาชีพครูและการปฏิรูปการศึกษา โดยกำหนดให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาของชาตินอกจากนี้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2545 หมวด 7 ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาครู โดยมาตรา 52 กำหนดให้กระทรวงส่งเสริมให้มีระบบ กระบวนการผลิต การพัฒนาครูคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะกับการเป็นวิชาชีพขั้นสูงโดยการกำกับประสานให้สถาบันที่ทำหน้าที่ผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์ รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษาให้มีความพร้อม และมีความเข้มแข็งในการเตรียมบุคคลากรใหม่และพัฒนาบุคคลากรประจำการอย่างต่อเนื่อง รัฐพึงจัดสรรงบประมาณและจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาอย่างพอเพียง มาตรา 53 ให้องค์การวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา มีฐานะเป็นองค์กรอิสระภายใต้การบริหารของสภาวิชาชีพในการกำกับของกระทรวง มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออก และเพิกถอนใบอนุญาตระกอบวิชาชีพ กำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนดรวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่นขอวงรัฐและเอกชนต้องมีใบอนุญาตระกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน ของครูเขตการศึกษา 5 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

1. เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน ของครูเขตการศึกษา 5 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

2. เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน ของครูผู้นิเทศและครูผู้รับการนิเทศ เขตการศึกษา 5 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ด้วยวิธีการดังนี้

2.1 ประเมินสมรรถภาพในการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ ของครูนิเทศ

2.2 ประเมินความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน ของครูนิเทศ

2.3 ประเมินความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการของครูผู้รับการนิเทศ

2.4 ประเมินสมรรถภาพในการทำวิจัยในชั้นเรียน ของครูผู้รับการนิเทศ

2.5 ประเมินความพึงพอใจของครูผู้รับการนิเทศที่มีต่อรูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ

2.6 ประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน


ขอบเขตการวิจัย


การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียน ของครูเขตการศึกษา 5 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตของการวิจัยไว้ดังนี้

1. ประชากร

1.1 เป็นครูผู้สอน จำนวน680 คน และนักเรียนจำนวน 12,076 คน จากโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ โรงเรียนนักบุญเปโตร โรงเรียนบอสพิทักษ์ โรงเรียนอันนาลัย และโรงเรียนเซนต์แอนดรูว์

1.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นครูผู้สอน จำนวน 11 คน จำแนกเป็นครูผู้วิเทศ จำนวน 7 คน และครูผู้รับการนิเทศ จำนวน 8 คน (ซึ่งเป็นครูที่ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ จำนวน 4 คน) และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3, 4 และ 6 จำนวน 328 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบอาสาสมัคร (Volunteers Sampling) จากโรงเรียนในเขตการศึกษา 5 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ


1. สมรรถภาพในการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ ของครูผู้นิเทศ หลังการใช้รูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ

2. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน ของครูผู้นิเทศ ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการนิเทศหลากหลายวิธีการ แตกต่างกัน

3. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการนิเทศแบบหลากหลายวิธี ของครูผู้รับการนิเทศ ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธี แตกต่างกัน

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง


เกรียงศักดิ์ สังข์ชัย (2552: บทคัดย่อ) เรื่อง การพัฒนารูปแบบการนิเทศการสอนครูวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนที่มีแววความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้กระบวนการวิจัยพัฒนาร่วมกับแนวคิดการออกแบบการสอนเชิงระบบ

วชิรา เครือคำอ้าย (2552: บทคัดย่อ) ศึกษาเรื่อง การพัฒนารูปแบบการนิเทศนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู เพื่อพัฒนาสมรรถภาพการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิดของนักเรียนประถมศึกษา โดยใช้กระบวนการสร้างและพัฒนารูปแบบที่ประกอบด้วย 4 ระยะ

แสน สมนึก (2541: 150 – 160) ได้ศึกษาการพัฒนารูปแบบการนิเทศทางไกลเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพการนิเทศภายในของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา ผลการศึกษา พบว่ารูปแบบการนิเทศทางไกลที่มีขั้นตอนการพัฒนา 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การสำรวจข้อมูลพื้นฐาน ขั้นตอนที่ 2 การสร้างชุดการนิเทศทางไกล ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบประสิทธิภาพชุดการนิเทศทางไกล และขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบการนิเทศทางไกล

อรวรรณ เหมือนสุดใจ (2545 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการนิเทศแบบเพื่อนนิเทศเพื่อนเพื่อพัฒนาสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนสำหรับครูภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาโดยดำเนินการนิเทศใน 4 ขั้นตอนดังนี้ 1. การประชุมก่อนการสังเกต 2. การสังเกตการณ์สอน 3. การวิเคราะห์ข้อมูล 4. การประชุมหลังจากการสังเกต

ประดิษฐ์ ญานกาย (2545 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการดำเนินงานตามกระบวนการนิเทศภายในของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอสมเด็จ พบว่า โรงเรียนมีการดำเนินการตามกระบวนการนิเทศภายใน โดยมีการสำรวจสภาพปัจจุบันปัญหา การประชุมครูสรุปผลการดำเนินงาน และจัดให้มีแผนนิเทศภายใน

วิธีการดำเนินการวิจัย

การวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครู เขตการศึกษา 5 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ผู้วิจัยได้กำหนดรายละเอียดของการดำเนินการแต่ละขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์ (Analysis) = Research, (R1) : การศึกษาข้อมูลพื้นฐานและทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบและการพัฒนา (Design and Devolopment) = การพัฒนา Devolopment (D1) : การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบ

ขั้นตอนที่ 3 การนำไปใช้ (Implementation) = การวิจัย Research(R2) : การนำไปใช้

ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผล (Evaluation) = การพัฒนา Development (D2): การประเมินและปรับปรุงรูปแบบ


สรุปผลการวิจัย


การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครู เขตการศึกษา 5 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ปรากฏผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

1. รูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการตามแนวคิดของ แกลทธอร์น เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครู มีชื่อว่า ซีไอพีอี (CIPE Model) มีองค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ คือ การนิเทศการสอนเน้นกระบวนการการนิเทศที่เป็นระบบ สัมพันธ์กัน โดยคำนึงถึงความแตกต่างของครูด่านความรู้ ความสามารถ และทักษะที่สำคัญที่ต้องการพัฒนา โดยใช้วิธีการนิเทศที่หลากหลาย เหมาะสมกับครูแต่ละคน เพื่อให้การนิเทศเกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาสมรรถภาพของการนิเทศแบบหลากหลาย

ผลการตรวจสอบความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฏี ความเป็นไปได้ และความสอดคล้องของรูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ ซีไอพีอี โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่าความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฏี มีค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อ เท่ากับ 1.00 ความเป็นไปได้ของรูปแบบ มีค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อ ระหว่าง 0.80 – 1.00 และความสอดคล้องของรูปแบบมีค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อ ระหว่าง 0.80 – 1.00 ทั้งนี้เนื่องจากขั้นตอนการพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการมีกระบวนการที่เป็นระบบ มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับทุกองค์ประกอบ ซึ่งก็คือ ปัจจัยนำเขา กระบวนการ และผลลัพธ์ที่คาดหวัง

ข้อเสนอแนะเพื่อการนำผลการวิจัยไปใช้


1. จากผลการวิจัย พบว่า รูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการ ซีไอพีอี เป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ สามารถพัฒนาสมรรถภาพการนิเทศและการวิจัยในชั้นเรียน ส่งผลให้นักเรียนมีผลการเรียนรู้ที่สูงขึ้น ดังนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องจึงควรนำรูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการไปใช้ในโรงเรียนสังกัดอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ และสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

2. ผลจากการนำรูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการไปใช้ พบว่า การกำกับติดตาม ดูแล เพื่อให้การดำเนินการนิเทศเกิดประสิทธิภาพนั้น มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการใช้รูปแบบ ดังนั้น ผู้ที่ทำหน้าที่นิเทศ จะต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลต่างๆ มาให้คำแนะนำ ช่วยเหลือครู ซึ่งในขั้นตอนการให้ความรู้ก่อนการนิเทศนั้น ควรจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ครูนิเทศและครูผู้รับการนิเทศมีความรู้ และทักษะที่จำเป็น ให้เวลาในการฝึกปฏิบัติในขณะฝึกอบรมอย่างพอเพียงภายใต้การดูแล ช่วยเหลือ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ

Create a presentation like this one
Share it on social medias
Share it on your own
Share it on social medias
Share it on your own

How to export your presentation

Please use Google Chrome to obtain the best export results.


How to export your presentation

New presentation

by magaoat

68 views

Public - 6/16/16, 11:23 AM