ลิลิตตะเลงพ่าย

ตอน   พระมหาอุปราชาทรงรำพึงถึงพระราชบิดา 

๒๑(๑๕๐) ๏ สระเทินสระทกแท้      ไทถวิล อยู่เฮย

                    ฤๅใคร่คลายใจจินต์     จืดสร้อย

                    คำนึงนฤบดินทร์          บิตุเรศ พระแฮ

                   พระเร่งลานละห้อย       เทวษไห้โหยหา


ถอดคำประพันธ์ได้ว่า  พระมหาอุปราชาทรงสดับคำโหรก็ทรงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งพวกโหรอาจจะทูลเพื่อให้คลายกังวล ทรงคิดถึงพระราชบิดา มีพระทัยโศกเศร้าโหยไห้     

๒๒(๑๕๑) ๏ อ้าจอมจักรพรรดิผู้       เพ็ญยศ

                   แม้พระเสียเอารส           แก่เสี้ยน

                   จักเจ็บอุระระทด            ทุกข์ใหญ่ หลวงนา

                   ถนัดดั่งพาหาเหี้ยน        หั่นกลิ้งไกลองค์


ถอดคำประพันธ์ได้ว่า ถ้าพระราชบิดาจะทรงสูญเสียพระโอรสแก่ข้าศึกพระองค์ จะทรงเจ็บพระทัยเป็นทุกข์ใหญ่หลวงขนาดไหน ราวกับว่าทรงสูญเสียแขนทั้งสองข้างไป

๒๓(๑๕๒)๏ ณรงค์นเรศวร์ด้าว     ดัสกร

          ใครจักอาจออกรอน            รบสู้

         เสียดายแผ่นดินมอญ          พลันมอด ม้วยแฮ

       เหตุบ่มีมือผู้-                         อื่นต้านทานเข็ญ


ถอดคำประพันธ์ได้ว่า ในการรบกันพระนเรศวรผู้เป็นศัตรู ใครจะสามารถออกมาสู้รบได้ คงจะต้องเสียแผ่นดินมอญ คงพินาศย่อยยับ เพราะไม่มีผู้จะหาญสู้ต้านทานได้

๒๔(๑๕๓) ๏ เอ็นดูภูธเรศเจ้า    จอมถวัลย์

                  เปลี่ยวอุระราชรัน-   ทดแท้

                  พระชนม์ชราครัน     ครองภพ พระเอย

                   เกรงบพิตรจักแพ้     เพลี่ยงพล้ำศึกสยาม


ถอดคำประพันธ์ได้ว่า น่าสงสารพระราชบิดา ที่จะทรงเปล่าเปลี่ยวและโศกเศร้าพระทัย พระองค์ทรงพระราชภาพมากแล้ว เกรงว่าจะทรงเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้ในศึกสยามครั้งนี้        

๒๕(๑๕๔) ๏ สงครามครานี้หนัก     ใจเจ็บ ใจนา

             เรียมเร่งแหนงหนาวเหน็บ  อกโอ้

             ลูกตายฤใครเก็บ               ผีฝาก พระเอย

              ผีจักเท้งที่โพล้                ที่เพล้ใครเผา


ถอดคำประพันธ์ได้ว่า การศึกสงครามในครั้งนี้เป็นที่หนักใจหนักหนา พระองค์ทรง หนาวเหน็บพระทัย หากต้องตายไปในสนามรบใครจะนำร่างกลับไป ศพคงจะถูกทิ้งไว้ไร้คนเผาเป็นแน่                

๒๖(๑๕๕) ๏ พระเนานัคเรศอ้า         เอองค์

                 ฤๅบ่มีใครคง                     คู่ร้อน

                 จักริจักเริ่มรงค์                  ฤๅลุ แล้วแฮ

                 พระจักขุ่นจักข้อน            จักแค้นคับทรวง


ถอดคำประพันธ์ได้ว่า พระบิดาคงประทับอยู่ในพระนครเพียงลำพังพระองค์คงไม่มีใครเป็นคู่คิดในยามศึกสงคราม ในการจะริเริ่มดำเนินการศึก พระองค์คงคับแค้นพระทัยเป็นแน่              

๒๗(๑๕๖) ๏ พระคุณตวงเพียบพื้น    ภูวดล

              เต็มตรลอดแหล่งบน           บ่อนใต้

              พระเกิดพระก่อชนม์            ชุบชีพ มานา

              เกรงบ่ทันลูกได้                  กลับเต้าตอบสนอง

ฯลฯ


ถอดคำประพันธ์ได้ว่า พระคุณของพระราชบิดามีมากเท่าผืนแผ่นดิน เต็มตลอดไปทั้งเบื้องบนและเบื้องล่าง พระองค์ทรงให้ชีวิต ให้การชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่มา เกรงว่าลูกจะไม่ได้กลับมาตอบแทนพระคุณ

  •  ข้อคิดที่ได้รับ

จากบทการรำพึงของพระมหาอุปราชาถึงพระราชบิดานั้น แสดงให้เราเห็นอย่างเด่นชัดเลยทีเดียวว่าพระมหาอุปราชาทรงมีความห่วงใย อาทร ถึงพระราชบิดาในระหว่างที่ทรงออกรบ ซึ่งแสดงให้เราเห็นถึงความรักของพระองค์ที่มีต่อพระราชบิดา โดยพระองค์ได้ทรงถ่ายทออดความนึกคิด และรำพึงกับตัวเอง ดั่งโคลงสี่สุภาพที่กล่าวไว้ว่า

จัดทำโดย

นางสาวฉัตรทิพย์  โกระวิโยธิน  เลขที่22

 นางสาวธิติมา      เรืองจารุทัศน์  เลขที่28

นางสาวรมิตา        ปฏิภานพงศ์  เลขที่39

Create a presentation like this one
Share it on social medias
Share it on your own
Share it on social medias
Share it on your own

How to export your presentation

Please use Google Chrome to obtain the best export results.


How to export your presentation

Copy -

by mynameistithima

2 views

Public - 11/21/16, 1:55 PM