การถือกำเนิดของมโหสถกุมารนำมาซึ่งความประหลาดใจของครอบครัวและญาติมิตร เพราะขณะคลอดออกจากครรภ์มารดา มือข้างหนึ่งของทารกน้อยได้ถือยาออกมาด้วย บิดาจึงถือเอาเหตุการณ์นี้ ตั้งชื่อให้ทารกน้อยว่า มโหสถ แปลว่า ผู้มียาขนานเอก ซึ่งต่อมายาขนานเอกที่แท้จริงและสามารถรักษาโรคได้ทุกชนิดของ

มโหสถกุมารคือ ความเป็นผู้ใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหานั่นเอง

          มโหสถกุมารได้แสดงแววของความเป็นบัญฑิตตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยการออกแบบศาลาประจำหมู่บ้านและรวบรวมเงินบริจาคจากเพื่อนเล่นในหมู่บ้านเป็นทุนสร้างศาลา ศาลาใหญ่ประจำหมู่บ้านได้ออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของการใช้สอยร่วมกัน โดยแบ่งออกเป็นห้องๆ ตามลักษณะการใช้งาน คือ ห้องพักสำหรับคนยากจน ห้องพักสำหรับนักบวช ห้องพักสำหรับคนเดินทางไกล ห้องพักพ่อค้าต่างถิ่น 

          ความฉลาดและความสามารถทางสติปัญญาของมโหสถกุมารเป๋นที่กล่าวขวัญถึงโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวินิจฉัยเพื่อตัดสินคดีความและข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างชาวบ้าน ศาลาประจำหมู่บ้านจึงเป็นสถานที่รวมผู้คน และเป็นที่ให้มโหสถกุมารวินิจฉัยและตัดสินปัญหา ซึ่งทุกครั้งก็ได้รับความพึงพอใจและเป็นที่ยอมรับของคู่กรณี ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • วินิจฉัยคดีลักวัว

ชาวนาคนหนึ่งไปซื้อวัวมา ในระหว่างจูงวัวกลับบ้านเกิดความเมื่อยล้าจากการเดินทางจึงหยุดพักและล่ามวัวไว้ที่โคนต้นไม้และม่อยหลับไป ครั้งตื่นขึ้นมาไม่เห็นวัวจึงออกตามหาจนพบขโมยที่ลักวัวไปในระหว่างทางและทักท้วงว่าเป็นวัวของตน ปัญาจึงเกิดขึ้นเมื่อต่างฝ่ายก็อ้างว่าวัวเป็นของตน จึงไปหา

มโหสถให้ช่วยตัดสินคดี

ก่อนวินิจฉัยปัญหา มโหสถได้ถามคู่กรณีว่าให้วัวกินอะไรหัวขโมยตอบว่าให้กินแป้งคลุกงา นมสด และขนมต่างๆ ขณะที่ชายเจ้าของเลี้ยงวัวตอบว่าให้กินหญ้าอย่างเดียว เพราะยากจนไม่มีเงินซื้อขนมให้วัวกิน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง จึงให้เอายากรอกปากวัว เพื่อสำรอกขอที่กินเข้าไป และสิ่งที่วัวสำรอกออกมาปรากฏว่าเป็นหญ้า มโหสถจึงประกาศให้ชาวบ้านที่มามุงดูทราบว่า ชายที่ให้วัวกินหญ้าคือเจ้าของวัวที่แท้จริง

  • วินิจฉัยคดีแย่งลูก

ครั้งหนึ่งเกิดกรณีพิพาทแย่งลูกกัน หญิงต่างฝ่ายต่างอ้างความเป็นแม่ เพื่อพิสูจน์ข้อพิพาท ให้พิสูจน์ความเป็นแม่ของเด็ก ด้วยการขีดเส้นบนพื้นดิน หญิงทั้งสองอยู่คนละข้าง อีกคนจับมือ อีกคนจับส่วนขาของเด็กโดยตกลงว่าใครแย่งได้คือแม่ของเด็ก

หญิงทั้งสองฝ่ายต่างดึงกันไปมา เด็กทนไม่ไหวจึงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ฝ่ายหญิงที่จับส่วนเท้าเมื่อเห็นเด็กร้องไห้จึงรีบปล่อยและร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจเพราะความสงสาร เพื่อให้คนทั้งลายได้เป็นสักขี-พยานและพิสูจน์ความจริง มโหสถจึงถามชาวบ้านที่มามุงดูการตัดสินว่า "ใครคือแม่ของเด็ก"

ชาวบ้านต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าหญิงที่ปล่อยเด็กและร้องไห้คือแม่ที่แท้จริงเพราะธรรมดาแม่ย่อมมีจิตใจที่อ่อนโยนต่อลูก 

คติธรรม : บำเพ็ญปัญญาบารมี

"ปัญญาอันล้ำเลิศนั้นย่อมทำคุณให้แก่บุคคล ยิ่งกว่ามีทรัพย์นับแสน แม้มิมีปัญญาดั่งปราชญ์ แต่ถ้าเป็นผู้รู้จักคิดให้รอบคอบก่อน ก็ย่อมเป็นผู้มีปัญญาและประพฤติชอบแล้ว"

Create a presentation like this one
Share it on social medias
Share it on your own
Share it on social medias
Share it on your own

How to export your presentation

Please use Google Chrome to obtain the best export results.


How to export your presentation

Copy - มโหสถ ชาดก

by sirikhuan11

3 views

Public - 11/27/16, 5:07 AM