วิวัฒนาการของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ค.ศ.1940 จอร์ช สทิบิทซ์ (George Stibitz) ได้ใช้เครื่องพิมพ์ทางไกลหรือเครื่องเทเลไทป์ (teletype) ส่งโจทย์หรือปัญหาคณิตศาสตร์จากวิทยาลัยดาร์ตเมาท์ ในรัฐนิวแฮมเชียร์ ไปยังเครื่องคำนวณเลขเชิงซ้อนในรัฐนิวยอร์กและรับข้อมูลคำตอบกลับมาด้วยวิธีเดียวกัน ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเครื่องจักรให้สามารถทำงานในลักษณะของเครื่องพิมพ์ทางไกลได้

ทศวรรษ 1950 เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้จะเป็นเครื่องเมนเฟรม และการประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ในขณะนั้นจะมีลักษณะแบบแบทช์ (batch) โดยเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ จะต้องรวบรวมงานที่ผู้ใช้ส่งมาให้ได้ปริมาณมากพอสมควร (ซึ่งขณะนั้นงานที่นำมาส่งจะมีลักษณะเป็นบัตรเจาะรู (punch card))

ทศวรรษ 1960 ได้เริ่มมีการเชื่อมต่อเครื่องเมนเฟรมเข้ากับเครื่องเทอร์มินัล โดยใช้สายโทรศัพท์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ ในการป้อนงานผ่านเครื่องเทอร์มินัลได้โดยไม่ต้องนำบัตรเจาะรูมาส่งที่ศูนย์คอมพิวเตอร์

ค.ศ.1962 เจซีอาร์ ลิกค์ไลเดอร์ (J.C.R Licklider) ซึ่งทำหน้าอยู่ที่แอ็ดวานซ์รีเสิร์ชโปรเจกต์เอเยนซี หรือเรียกสั้นๆ ว่า อาร์ปา (ARPA: Advance Research Project Agency) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อระบบเครือข่ายอาร์ปาเน็ต ได้พัฒนาเทคโนโลยีการทำงานกลุ่มขึ้นมา เรียกว่า อินเทอร์กาแลกติค เน็ตเวิร์ก (Intergalactic Network)

ค.ศ.1964 นักวิจัยที่ดาร์ตเมาท์ได้พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้สามารถร่วมกันแบ่งปันเวลาการทำงานของซีพียูของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ เรียกว่า “ระบบดาต์ตเมาท์ไทม์แชร์ริง (Dartmouth Time Sharing System)” 

ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดเส้นทางและควบคุมการทำงานของการเชื่อมต่อโทรศัพท์ 

เครือข่ายสามารถจำแนกออกได้เป็น 7ประเภทได้แก่

1. ระบบเครือข่ายระดับท้องถิ่น LAN (Local Area Network)

เป็นระบบเครือข่ายที่ใช้งานอยู่ในบริเวณที่ไม่กว้างนัก อาจใช้อยู่ภายในอาคารเดียวกันหรืออาคารที่อยู่ใกล้กัน เช่น ภายในมหาวิทยาลัย อาคารสำนักงาน คลังสินค้า หรือโรงงาน เป็นต้น การส่งข้อมูลสามารถทำได้ด้วยความเร็วสูง และมีข้อผิดพลาดน้อย ระบบเครือข่ายระดับท้องถิ่นจึงถูกออกแบบมาให้ช่วยลดต้นทุนและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ร่วมกัน 

2. ระบบเครือข่ายระดับเมือง MAN (Metropolitan Area Network)

เป็นระบบเครือข่ายที่มีขนาดอยู่ระหว่าง Lan และ Wan เป็นระบบเครือข่ายที่ใช้ภายในเมืองหรือจังหวัดเท่านั้น การเชื่อมโยงจะต้องอาศัยระบบบริการเครือข่ายสาธารณะ จึงเป็นเครือข่ายที่ใช้กับองค์การที่มีสาขาห่างไกลและต้องการเชื่อมสาขาเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เช่น ธนาคาร เครือข่ายแวนเชื่อมโยงระยะไกลมาก จึงมีความเร็วในการสื่อสารไม่สูง เนื่องจากมีสัญญาณรบกวนในสาย เทคโนโลยีที่ใช้กับเครือข่ายแวนมีความหลากหลาย มีการเชื่อมโยงระหว่างประเทศด้วยช่องสัญญาณดาวเทียม เส้นใยนำแสง คลื่นไมโครเวฟ คลื่นวิทยุ สายเคเบิล

3. ระบบเครือข่ายระดับประเทศ หรือเครือข่ายบริเวณกว้าง WAN (Wide Area Network)

เป็นระบบเครือข่ายที่ติดตั้งใช้งานอยู่ในบริเวณกว้าง เช่น ระบบเครือข่ายที่ติดตั้งใช้งานทั่วโลก เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่อยู่ห่างไกลกันเข้าด้วยกัน อาจจะต้องเป็นการติดต่อสื่อสารกันในระดับประเทศ ข้ามทวีปหรือทั่วโลกก็ได้ ในการเชื่อมการติดต่อนั้น จะต้องมีการต่อเข้ากับระบบสื่อสารขององค์การโทรศัพท์หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทยเสียก่อน เพราะจะเป็นการส่งข้อมูลผ่านสายโทรศัพท์ในการติดต่อสื่อสารกันโดยปกติมีอัตราการส่งข้อมูลที่ต่ำและมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาด การส่งข้อมูลอาจใช้อุปกรณ์ในการสื่อสาร เช่น โมเด็ม (Modem) มาช่วย

4.เครือข่ายของการติดต่อระหว่างไมโครคอนโทรลเลอร์ หรือ แคน (Controller area network) : CAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ติดต่อกันระหว่างไมโครคอนโทรลเลอร์ (Micro Controller unit: MCU)

5. ระบบเครือข่ายส่วนบุคคล PAN (Personal area network)

เครือข่ายพื้นที่ส่วนบุคคลบลูทูธ (PAN) เป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่ทำให้คุณสามารถสร้างเครือข่าย อีเทอร์เน็ต ด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้สายระหว่างคอมพิวเตอร์แบบเคลื่อนที่ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์แบบพกพาต่างๆ คุณสามารถเชื่อมต่อกับชนิดของอุปกรณ์ที่รองรับบลูทูธซึ่งใช้กับ PAN ได้ดังต่อไปนี้ อุปกรณ์สำหรับผู้ใช้เครือข่ายพื้นที่ส่วนบุคคล (PANU) อุปกรณ์ที่ให้บริการในเครือข่ายเฉพาะกิจแบบกลุ่ม (GN) หรืออุปกรณ์ในจุดเข้าใช้งานเครือข่าย (NAP)

6.ระบบเครือข่าย SAN 

SAN เป็นระบบเครือข่ายของที่เก็บข้อมูล โดยนำอุปกรณ์ที่จัดเก็บข้อมูลมาติดตั้งรวมกันเป็นเครือข่าย มีระบบจัดการข้อมูลบนเครือข่ายที่ทำให้รับส่งข้อมูลได้รวดเร็ว ทำให้ข้อมูลที่เก็บเสมือนเป็นส่วนกลางที่แบ่งให้กับซีพียูหลายเครื่องได้

7.การประมวลผลแบบ Cloud Computing เป็นการประมวลผลที่ย้ายจากการประมวลผลภายใต้ server ขององค์กรในรูปแบบเดิม ไปสู่การประมวลผลผ่านเครือข่าย Internet โดยผ่านการทำงานของกลุ่ม server จำนวนมากที่ทำงานร่วมกันผ่านเครือข่าย Internet เป็นการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายสื่อสารความเร็วสูง และสิ่งสำคัญคือ คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อกันเองได้โดยไม่จำเป็นต้องมี Hardware และระบบปฏิบัติการเหมือนกันทั้งหมด

Create a presentation like this one
Share it on social medias
Share it on your own
Share it on social medias
Share it on your own

How to export your presentation

Please use Google Chrome to obtain the best export results.


How to export your presentation

New presentation

by kulwaragon

12 views

Public - 8/15/16, 4:38 AM