การแยกแก็สธรรมชาติ

และปิโตรเคมีภัณฑ์

การแยกแก็สธรรมชาติ

แก๊สธรรมชาติและแก๊สธรรมชาติเหลว ประกอบด้วยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนิดต่าง ๆ เช่น มีเทน (CH4) อีเทน (C2H6) โพรเพน (C3H8) บิวเทน (C4H10) เพนเทน (C5H12) กับสารที่ไม่ใช่ไฮโดรคาร์บอน ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ไอปรอท และไอน้ำ

กระบวณการแยกแก็สธรรมชาติประกอบด้วย

1. หน่วยกำจัดสารปรอท เพื่อป้องกันการผุกร่อนของท่อจากการรวมตัวกับปรอท

2. หน่วยกำจัดแก๊ส H2S และ CO2 เนื่องจาก H2S มีพิษและกัดกร่อน ส่วน CO2 ทำให้เกิดการอุดตันของท่อ เพราะในระบบแยกแก๊สมีอุณหภูมิต่ำมากจนทำให้ CO2 แข็งตัว การกำจัด CO2 ทำได้โดยใช้สารละายโพแทสเซียมคาร์บอเนต (K2CO3) ผสมกับตัวเร่งปฏิกิริยา

3. หน่วยกำจัดความชื้น เนื่องจากความชื้นหรือไอน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งอุดตันท่อ การกำจัดทำได้โดยการกรองผ่านสารที่มีรูพรุนสูงและดูดซับน้ำออกจากแก๊สได้ เช่น ซิลิกาเจล

เมื่อผ่านกระบวนการดังกล่าวแล้วจะถูกส่งไปเพิ่มความดันและลดอุณหภูมิ เพื่อเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว จากนั้นจะส่งต่อไปยังหอกลั่นเพื่อนปรับอุณหภูมิให้มีอุณหภูมิกับสารประกอบไฮโดรคาร์บอนแต่ละชนิดที่ต้องการแยก

การนำไปใช้ประโยชน์

C1 (มีเทน) เชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า เชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม เชื้อเพลิงในรถยนต์ (CNG) วัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยเคมี

C2 (อีเทน) ในใช้อุตสาหกรรมปิโตรเคมี

C3 (โพรเพน) ในใช้อุตสาหกรรมปิโตรเคมี

C3+C4 (โพรเพน+บิวเทน) แก๊วปิโตรเลียมเหลว (LPG) ใช้เป็นเชื้อเพลิงในครัวเรือนและยานพาหนะ

C5+ แก๊สโซลีนธรรมชาติ (natural gas liquid, NGL) ป้อนโรงกลั่นน้ำมันเพื่อผลิตเป็นน้ำมันเบนซีน อุตสาหกรรมผลิตตัวทำละลาย 

ปิโตรเคมีภัณฑ์

ในประเทศไทยการใช้ประโยชน์จากแก๊สธรรมชาตแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ใช้เป็นเชื้อเพลิงและใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ใช้เป็นเชื่อเพลองป้อนเข้าโรงงานอุตสาหกรรม เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์โดยเรียกรถที่ใช้แก๊สธรรมชาติว่า รถNGV (natural gas vehicles) ซึ่งเกิดจากการอัดแก๊สธรมชาติด้วยความดันสูงจนเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวเรียกว่า แก๊สธรรมชาติอัด (compressed natural gas, CNG) โดยส่วนใหญ่ เกิดจากการนำแก๊สมีเทนที่แยกได้มาอัดด้วยความดันสูง แล้วเก็บไว้ในถังที่มีความแข็งแรงมากเป็นพิเศษ ส่วนแก๊สมีเทนที่ถูกลดอุณหภูมิลงที่ประมาณ -160 ํc ให้อยู่ในสถานะของเหลวจะเรียกว่า แก๊สธรรมชาติเหลว (liquefied natural gas, LNG)

สำหรับแก๊สปิโตรเลียมเหลวเป็นการอัดแก๊สปิโตรเลียมให้เป็นของเหลวซึ่งนอกจากจะใช้เป็นแก๊สหุงต้มแล้ว ยังใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ด้วยแก๊สปิโตรเลียมเหลวมีเลขออกเทนประมาณ 130 เชื้อเพลิงจากแก๊สธรรมชาติเหล่านี้ทดแทนน้ำมันเบนซีนและดีเซลได้เป็นอย่างดี ช่วยให้เครื่องยนต์เผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะอาดปราศจากมลพิษในอากาศ ทั้งนี้เนื่องจากแก๊สธรรมชาติมีองค์ประกอบหลักคือ มีเทน ซึ่งเป็นสารประกอบไฮโรคาร์บอนโมเลกุลขนาดเล็ก การเผาไหม้อย่างสมบูรณ์จึงเกิดขึ้นได้มากกว่าสารประกอบไฮโรคาร์บอนโมเลกุลขนาดใหญ่ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดควันดำในรถบางคัน

สมาชิกกลุ่ม

นายภูริพัฒน์ ศรีนิรัตน์ เลขที่ 29

นางสาวเกศินี อินทร์ไตรรัตน์ เลขที่ 36

นางสาวภัทรานิษฐ์ ตันติวรัตนถิกุล เลขที่ 42

นางสาวสุพรรษา พุ่มชื่น เลขที่ 47

นางสาวเอมิกา หมอยาดี เลขที่ 49

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/12

Create a presentation like this one
Share it on social medias
Share it on your own
Share it on social medias
Share it on your own

How to export your presentation

Please use Google Chrome to obtain the best export results.


How to export your presentation

New presentation

by amika135

25 views

Public - 8/29/16, 12:27 PM